❖ พระธรรมวชิรปัญญาจารย์ บันทึกเส้นทางทำงาน มจร มีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว มากกัลยาณมิตร ที่ต้องขอบคุณ

schedule visibility
46
share

แชร์

วันที่ 25 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) จัดงาน “วันกตัญญู” ประจำปี 2569 เพื่อแสดงความขอบคุณและรำลึกถึงคุณูปการของบุคลากรผู้เกษียณอายุการทำงาน ที่ได้ประกอบคุณงามความดีและอุทิศตนเพื่อมหาวิทยาลัยมาอย่างยาวนาน

การนี้ พระพรหมวัชรธีราจารย์, ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประธานในพิธี ณ อาคาร มวก. 48 พรรษา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี พระเถานุเถระ ผู้บริหาร คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนผู้เข้ารับการแสดงมุทิตาจิต ในส่วนกลาง จากวิทยาเขตและวิทยาลัยสงฆ์ ร่วมพิธี

พิธีการดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ด้วยความดีงาม เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติและสร้างขวัญกำลังใจ ก่อความปลื้มปีติแก่ผู้เกษียณอายุการทำงาน จำนวน 42 รูป/คน ตลอดจนผู้เข้าร่วมงาน

พระธรรมวชิรปัญญาจารย์ (เทียบ สิริญาโณ) ผู้อำนวยการสถาบันพระไตรปิฏกศึกษา ผู้ซึ่งมีวาระเกษียณอายุการทำงานในวาระนี้ บันทึกข้อความ ใน“หนังสือวันกตัญญู” เป็นเส้นทางการทำงานวิชาการและการบริหารงานในมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทย เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ด้านการศึกษาของคณะสงฆ์ อีกบทหนึ่ง ที่สามารถย้อนไปมองการเติบโตทางวิชาการ ของ มจร ได้อย่างลึกซึ้ง ผ่านจิตวิญญาณที่มุ่งมั่นอุทิศตน 29 ปี ของท่าน

“ไปสมัครสอบตําแหน่งนักวิชาการศึกษา ประจํากองวิชาการ มจร วันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2540 โดยใช้วุฒิปริญญาโท สาขาบาลี-สันสกฤต มหาวิทยาลัยปูนา สอบข้อเขียน วันที่ 22 เมษายน ตอนสอบสัมภาษณ์ มีคณะกรรมการ 6 ท่าน มีพระมหาสุรพล (รศ.ดร. สุรพล สุยะพรหม) เป็นประธาน และมี พระมหาสมจินต์ (พระพรหมวัชรธีราจารย์) เป็นกรรมการ อีก 4 ท่านไม่ได้บันทึกไว้ เมื่อ วันที่ 23 เมษายน ถ้าจําไม่ผิดมีผู้เข้าสอบ 7 รูป รับตําแหน่งเดียว ประกาศผลสอบวันที่ 25 วันที่ 26 ก็ไปรายงานตัวเข้าทํางาน

ได้เข้ารับการปฐมนิเทศเจ้าหน้าที่ใหม่ วันที่ 1-2 พฤษภาคม พ.ศ.2540 งานที่ทำช่วงแรก ๆ คือการแปลพระไตรปิฏกภาษาไทย ในขณะนั้นยังไม่แล้วเสร็จ และได้เป็นบรรณกรแปลพระไตรปิฏกด้วย ต่อมาไม่นานก็ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการกองวิชาการ(2540) ในขณะนั้น ทางมหาวิทยาลัยมีนโยบายว่าจะแยกสายอาจารย์ และเจ้าหน้าที่ชัดเจน คือเป็นอาจารย์ก็เป็นอาจารย์ มีตำแหน่งผู้บริหารเป็นผู้อำนวยการกองวิชาการไม่ได้ ต้องเลือกเอา ข้าพเจ้าจึงเลือกมาเป็นอาจารย์ประจำคณะพุทธศาสตร์(2542) กำลังหาโต๊ะทำงานอยู่ว่าจะนั่งตรงไหน สำนักงานคณะพุทธศาสตร์ คณาจารย์และเจ้าหน้าที่มีจำนวนมาก พอดีพระมหาสมจินต์ ได้รับตำแหน่งคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ชักชวนให้ไปรับตำแหน่งรักษาการรองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย (2542) รักษาการอยู่นาน จึงได้รับตำแหน่งเป็นรองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย (2544)

ในช่วงที่อยู่บัณฑิตวิทยาลัย ได้ร่วมกับคณบดีเปิดหลักสูตรแรกคือปริญญาโท สาขาพระพุทธศาสนา ให้คฤหัสถ์มาเรียน นิสิตรุ่นแรกก็มี รศ.พิเศษ ดร.อดิศร เพียงเกษ, รศ.ดร. แม่ชีกฤษณา รักษาโฉม, รศ.รังษี สุทนต์ เป็นต้น ต่อมาเปิดหลักสูตรปริญญาเอก สาขาพระพุทธศาสนา รุ่นแรกก็มี พระราชสุทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ผศ.พิเศษ ดร.เสนาะ ผดุงฉัตร และ ดร.อธิเทพ ผาทา เป็นต้น ตามมาด้วยปริญญาโทหลักสูตรนานาชาติ สาขาพระพุทธศาสนา ภาคภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นความริเริ่มของคณบดี ข้าพเจ้ามีส่วนร่วมในฐานะบริหารร่วมกัน

ต่อมาได้รับตำแหน่งคณบดีคณะพุทธศาสตร์ (พ.ศ.2545-2553) ช่วงแรก 8 ปี ได้ทำหน้าที่ในฐานะคณบดี ในช่วงนั้นได้เปิดหลักสูตรปริญญาตรีให้คฤหัสถ์เรียนครั้งแรก และหลักสูตร English Programme ในช่วงนั้นมีนิสิตมาก ต่อมาปี พ.ศ. 2553 – 2557 ได้รับตำแหน่งคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ได้มาสานต่องานเก่าที่เคยทำร่วมกับคณบดี ในช่วงนั้น มีแต่เปิดหลักสูตรปริญญาโท-เอก ตามวิทยาเขตและวิทยาลัยสงฆ์อีกมากแห่ง

ต่อมา พ.ศ.2557-2565 ได้กลับมาบ้านเก่าคือตำแหน่งคณบดีคณะพุทธศาสตร์อีก 8 ปี ได้มาทำงานต่อ ได้เปิดปริญญาโท-เอก สาขาศาสนาเปรียบเทียบ พร้อมทั้งปริญญาเอก สาขาพระไตรปิฏกศึกษา

ต่อมาปี พ.ศ. 2566 ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพระไตรปิฏกศึกษาจนถึงปัจจุบัน ประสบการณ์ 29 ปี ที่ทำงานให้แก่ มจร ถึงแม้ข้าพเจ้าไม่เคยเรียน มจร แต่ก็ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารระดับสูงให้ดำรงทุกตำแหน่งดังที่กล่าวมา”

มีผู้รู้กล่าวไว้ว่า “ตำแหน่งต่าง ๆ ในโลกมี 2 ตำแหน่ง คือ (1) คนอื่นแต่งตั้ง เช่น ตำแหน่งในมหาวิทยาลัย (2) ตำแหน่งที่ตัวเองแต่งตั้ง ไม่ต้องรอใคร คืออยากเป็น บัณฑิตก็ต้องศึกษาเล่าเรียน และอยากเป็นเศรษฐีต้องขยันขันแข็ง” อาจารย์ศิลป์ พีระศรี ให้แง่คิดไว้ว่า “เกียรติยศมี 2 อย่าง อย่างหนึ่งให้กันได้ เช่น หลวง-พระ- พระยา อีกอย่างหนึ่ง ให้กันไม่ได้ คือเกียรติยศของตนเอง มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่รู้ว่ามีเกียรติยศหรือไม่?” พลตำรวจเอกเภา สารสิน ได้ให้แง่คิดนักบริหารไว้ว่า “ผู้บริหาร ต้องเป็นนักฟังที่ดี และพูดน้อยเท่าที่จำเป็น ความนอบน้อมเป็นเรื่องสำคัญ อย่าแสดงตนว่าเก่งคนเดียว เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก เราควรมีเพื่อนมาก ๆ ในการทำงาน ผู้บริหารไม่ต้องทำเอง แต่ผู้บริหารต้องรู้จักเลือกคนที่ทำงานเป็น แล้วมอบความรับผิดชอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการแทน กระจายอำนาจให้มากที่สุด เพื่อตัวเอง จะได้มีเวลาคิดและมีเวลาติดตามงานที่ได้มอบหมายไว้” นอกจากนี้ คุณอุเทน เตชะไพบูลย์ ก็เตือนสตินักบริหารไว้ว่า “พระคุณให้ใช้ความเมตตา พระเดชให้ใช้ความยุติธรรม สังคมจึงจะเกิดสันติสุข”

“ชีวิตการทำงานใน มจร ของข้าพเจ้า ก็มีทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว ทั้งสองอย่าง ตัวเองเท่านั้นรู้ดีกว่าคนอื่น ความสำเร็จและความล้มเหลวจึงเป็นครูที่สำคัญของการทำงานทุกองค์กร ความสำเร็จส่วนใหญ่ที่ข้าพเจ้าได้รับจาก มจร ก็คือกัลยาณมิตร ซึ่งมีความปรารถนาดีต่อข้าพเจ้า ท่านแรกคือ พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส อุปนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการมหาเถรสมาคม ท่านชักชวนข้าพเจ้าเมื่อพบกันว่า เรียนจบจะชวนให้มาทำงานที่ มจร ขณะนั้นท่านเป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ต่อมาเมื่อทราบว่าข้าพเจ้ากลับมาหลังจากเสนอวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก รอสอบปากเปล่า ได้ให้ พระพรหมวัชรธีราจารย์ (พระมหาสมจินต์ ในขณะนั้น) โทรศัพท์ให้ไปพบ วันนั้นจำได้มีประชุมเรื่องพระไตรปิฏกแปลภาษาไทย ท่านบอกให้มาช่วยงานแปลพระไตรปิฏกไปก่อน จนกระทั่งข้าพเจ้า เริ่มทำงานนักวิชาการศึกษาและตำแหน่งอื่น ๆ สมัยที่ท่านดำรงตำแหน่ง รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและอธิการบดี ท่านเป็นอธิการบดีสมัยแรกก็เดือนเดียวกับที่ข้าพเจ้าเริ่มทำงาน ก็ได้รับความเมตตาจากท่านในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งอธิการบดีเป็นอย่างดี

พระพรหมวัชรธีราจารย์ อธิการบดีคุ้นเคยกันมาก่อน เพราะเคยร่วมรุ่น เรียนป.ธ.9 ที่วัดสามพระยามาด้วยกัน เป็นกัลยาณมิตรที่ชักชวนให้ไปรับตำแหน่งรองคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย ได้ร่วมงานกันมาทั้งทางคณะสงฆ์และ มจร

รศ.ดร.ประสิทธิ์ อินทร์กรุงเก่า เมื่อดำรงสมณเพศมีตำแหน่งผู้บริหาร มจร เป็นกัลยาณมิตรอีกผู้หนึ่งที่สนับสนุนข้าพเจ้ามาตลอด เคยอบรมบาลีก่อนสอบ ภาค 14 ปี พ.ศ. 2519 รุ่นที่ 2 มีพระอุปัชฌาย์เดียวกัน คือหลวงพ่อพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปัญญา) ถึงแม้ขณะนี้สถานภาพเปลี่ยนไป แต่ความเป็นกัลยาณมิตรยังมีให้กันอยู่เสมอ

ข้าพเจ้าไม่สามารถเอ่ยนามทุกท่านที่สนับสนุนทั้งทางตรงและทางอ้อมได้ ขอขอบคุณ มจร อีกครั้งหนึ่ง ที่มอบโอกาสให้ทำงานจึงทำให้ข้าพเจ้ามีสถานะดังที่ปรากฏทุกวันนี้“

Cr. MCUTV-channel
Cr. Phra Dhammavajirapanyacarya Thiab Malai
wbtv wat pho news
wbtv wat pho
www.worldbuddhisttv.com

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

❖ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ห่วงใยพระภิกษุสามเณรและประชาชน ในสถานการณ์ที่มีฝนตกหนักทั่วประเทศ ขอให้วัดในเขตปกครองประสานมาเพื่อขอการสนับสนุน จัดตั้งศูนย์พักพิง และจัดตั้งโรงทานได้ ที่สำนักงานเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ

❖ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ห่วงใยพระภิกษุสามเณรและประชาชน ในสถานการณ์ที่มีฝนตกหนักทั่วประเทศ ขอให้วัดในเขตปกครองประสานมาเพื่อขอการสนับสนุน จัดตั้งศูนย์พักพิง และจัดตั้งโรงทานได้ ที่สำนักงานเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ

schedule
❖ มจร เดินหน้าพัฒนาศักยภาพธรรมทูตคฤหัสถ์ ในยุโรป รุ่นที่ 5 ชูยุทธศาสตร์พุทธบริษัทร่วมเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุคดิจิทัล สร้างเครือข่ายพุทธนานาชาติ

❖ มจร เดินหน้าพัฒนาศักยภาพธรรมทูตคฤหัสถ์ ในยุโรป รุ่นที่ 5 ชูยุทธศาสตร์พุทธบริษัทร่วมเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุคดิจิทัล สร้างเครือข่ายพุทธนานาชาติ

schedule
❖ ศูนย์ปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ ร่วมกับ สำนักพุทธ ฯ จัดประชุมใหญ่ ยกระดับมาตรฐานการศึกษาพระปริยัติธรรมทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 22-23 กันยายน 2569

❖ ศูนย์ปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ ร่วมกับ สำนักพุทธ ฯ จัดประชุมใหญ่ ยกระดับมาตรฐานการศึกษาพระปริยัติธรรมทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 22-23 กันยายน 2569

schedule
❖ สมเด็จพระสังฆราช ประทานโอวาท “… บัณฑิตพึงตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน สอนผู้อื่นภายหลัง จึงไม่มัวหมอง.” วันครบรอบสถาปนา 55 ปี การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา

❖ สมเด็จพระสังฆราช ประทานโอวาท “… บัณฑิตพึงตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน สอนผู้อื่นภายหลัง จึงไม่มัวหมอง.” วันครบรอบสถาปนา 55 ปี การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา

schedule

สถานีวิทยุโทรทัศน์โลกพระพุทธศาสนา เฉลิมพระเกียรติฯ WBTV

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์ ท่าเตียน) เลขที่ 2 ถ.สนามไชย, แขวงพระบรมมหาราชวัง, เขตพระนคร, กรุงเทพมหานคร, Thailand, 10200

โทรศัพท์ : 02 675 7134

โทรสาร : 02 675 7053

โครงการ

ร่วมงานกับเรา

อีเมล : [email protected]

Youtube : WBTVwatyannawa

Facebook : WBTVwatyannawa

Line : @wbtv

Website : worldbuddhisttv.com