ความหมายสงกรานต์
12 เมษายน 2569 นอกจากการเข้าวัด ทำบุญ ตักบาตร การสรงน้ำพระ ก่อพระเจดีย์ทราย และรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ เนื่องในวันสงกรานต์ แล้ว
แต่รู้หรือไม่ว่า วันสงกรานต์ มีความหมายที่เราพึงรู้ และนำไปปฏิบัติ ตามประเพณีอันดีงาม ถึง 4 อย่างด้วยกัน
- เป็นวันครอบครัว วันแห่งความรัก ความผูกพัน และการอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เติมเต็มหัวใจของกันและกัน สืบสารความอบอุ่นจากรุ่นสู่รุ่นอย่างงดงาม
- เป็นวันผู้สูงอายุ วันแห่งความกตัญญู ที่ลูกหลานร่วมกันรดน้ำขอพร ถ่ายทอดความรัก ความอบอุ่น และความเคารพจากใจ รอยยิ้มของผู้ใหญ่คือพรอันประเสริฐที่งดงามที่สุด
- วันครอบครัว วันแห่งความรัก ความผูกพัน และการอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เติมเต็มหัวใจของกันและกัน สืบสานความอบอุ่นจากรุ่นสู่รุ่นอย่างงดงาม
- วันเถลิงศก เริ่มต้นศักราชใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล ร่วมทำบุญ ตักบาตร สรงน้ำพระ เพื่อความผ่องใสแห่งจิตใจ น้อมรับสิ่งดีงาม พร้อมก้าวสู่วันใหม่อย่างมีสติ
สงกรานต์ปีนี้ มีนาง ……. เป็นนางสงกรานต์ …………………………………..
จารึกวัดพระเชตุพน เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ จากพระราชดำริให้รวบรวมสรรพวิชาความรู้ของชาติ จารึกลงบนแผ่นหินอ่อน เพื่อเผยแพร่แก่ประชาชนทั่วไป จนได้รับการยกย่องเป็น “มรดกความทรงจำแห่งโลก” เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 และเปรียบเสมือน “มหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของไทย” เรื่อง “มหาสงกรานต์” จัดอยู่ในหมวดประเพณีของจารึก ณ วัดพระเชตุพน ถ่ายทอดคติ ความเชื่อ และแบบแผนพิธีกรรมที่สืบทอดในสังคมไทยมาแต่โบราณ เนื้อหาถูกบันทึกด้วยอักขรวิธีโบราณ สะท้อนลักษณะภาษาในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังคงเค้ารูปของภาษายุคก่อน ทั้งด้านคำศัพท์ สำนวน และรูปแบบการเขียน จึงมิใช่เพียงเรื่องเล่าของประเพณี แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญทางภาษาและวัฒนธรรม
แสดงให้เห็นพัฒนาการของภาษาไทยในช่วงปลายยุคดั้งเดิม ก่อนจะรับอิทธิพลจากโลกตะวันตกในสมัยต่อมา
ขยายความ เรื่อง “ตำนานมหาสงกรานต์” เรื่องราวความเป็นมาของ นางสงกรานต์ ถูกบันทึกไว้ในจารึก
กล่าวตามพระบาลีฝ่ายรามัญ ครั้งหนึ่งมีเศรษฐีผู้มั่งคั่ง แต่ไร้บุตรสืบสกุล จึงตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรต่อพระอาทิตย์ และพระจันทร์ แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 3 ปี ก็ยังไม่สมหวัง จนวันหนึ่ง เศรษฐีได้ไปบวงสรวง ณ ต้นไทรริมน้ำ และอธิษฐานขอบุตรต่อรุกขเทวดา ด้วยแรงศรัทธา พระอินทร์จึงเมตตาประทานเทพบุตรนาม “ธรรมบาล” ลงมาปฏิสนธิ และถือกำเนิดเป็น ธรรมบาลกุมาร เมื่อเติบโต ธรรมบาลกุมารมีปัญญาเฉลียวฉลาด เรียนรู้ภาษานกและแตกฉานในไตรเภทตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ ต่อมา ท้าวกบิลพรหม ได้ลงมาท้าปัญหา 3 ข้อ โดยมีเงื่อนไขเดิมพันถึงชีวิต ตอนเช้า “ศรี” อยู่ที่ไหน ตอนเที่ยง “ศรี” อยู่ที่ไหน ตอนค่ำ “ศรี” อยู่ที่ไหน ธรรมบาลกุมารขอเวลา 7 วัน เพื่อหาคำตอบ จนในคืนก่อนสุดท้าย ได้ยินนกอินทรี สนทนากัน และได้คำเฉลยว่า ตอนเช้า ศรีอยู่ที่ “หน้า” คนจึงล้างหน้า ตอนเที่ยง ศรีอยู่ที่ “อก” คนจึงประพรมเครื่องหอม ตอนค่ำ ศรีอยู่ที่ “เท้า” คนจึงล้างเท้าก่อนนอน ธรรมบาลกุมารจึงตอบได้ถูกต้อง ทำให้ท้าวกบิลพรหมพ่ายแพ้ แต่พระเศียรของท้าวกบิลพรหมมีอานุภาพร้ายแรง วางบนดิน โลกจะไหม้ โยนขึ้นฟ้า ฝนจะแล้ง ทิ้งลงน้ำ น้ำจะแห้ง จึงมอบหมายให้ธิดาทั้ง ๗ ผลัดเวรกันอัญเชิญพระเศียร แห่เวียนรอบเขาพระสุเมรุ และประดิษฐานไว้ ครบ 365 วัน เทพธิดาทั้ง 7 จะผลัดกันอัญเชิญออกแห่ จึงเรียกว่า “นางสงกรานต์” โดย “ท้าวกบิลพรหม” เปรียบได้กับพระอาทิตย์ เพราะคำว่า “กบิล” หมายถึง “สีแดง”
ตามปกติเรามักจะคุ้นเคยว่าวันที่ 13 เมษายน คือวันมหาสงกรานต์ แต่สำหรับ ปี พ.ศ. 2569 (จุลศักราช 1388) การคำนวณตามคัมภีร์สุริยยาตร์ระบุชัดเจนว่า วันมหาสงกรานต์ปีนี้เลื่อนไปเป็น วันอังคารที่ 14 เมษายน 14 เมษายน “วันมหาสงกรานต์” หมายถึง วันที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษอีกครั้งหลังจากผ่านเข้าสู่ราศีอื่น ๆ แล้วจบครบ 12 เดือน 16 เมษายน “วันเถลิงศก” เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยที่แท้จริงตามโหราศาสตร์ เหตุที่วันเปลี่ยนแปลง เนื่องจากการโคจรของดวงอาทิตย์ในแต่ละปีมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย (การคำนวณแบบคัมภีร์สุริยายาตร์) ทำให้บางปีวันมหาสงกรานต์จะขยับไปเป็นวันที่ 14 เมษายน และวันเถลิงศกขยับไปเป็นวันที่ 16 เมษายน เหมือนเช่นในปี 2569
Cr. วัดโพธิ์ ท่าเตียน Wat Pho
ภาพ-ข่าว wbtv วัดพระเชตุพน











