26 กุมภาพันธ์ 2569 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ข้าราชการทุกประเภท และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาเข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบท เพื่อถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยไม่ถือเป็นวันลา และให้ถือเสมือนเป็นการปฏิบัติราชการ พร้อมได้รับเงินเดือนตามปกติ

คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาเข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทเพื่อถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยไม่ถือเป็นวันลา ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอ
ด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีร่วมกับวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี จังหวัดสมุทรปราการ วัดไทยพุทธคยา สาธารณรัฐอินเดียและคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย – เนปาล ดำเนินโครงการบรรพชาอุปสมบท เพื่อถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกำหนดเป้าหมายผู้เข้าร่วมอุปสมบท ประกอบด้วย ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ พนักงานรัฐวิสาหกิจ จากทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 93 รูป ระหว่างวันที่ 1 – 15 มีนาคม 2569 รวม 15 วัน ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี จังหวัดสมุทรปราการ วัดไทยพุทธคยา เมืองคยา รัฐพิหาร และพุทธสังเวชนียสถาน สาธารณรัฐอินเดีย และสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล เพื่อให้ผู้อุปสมบทได้แสดงความจงรักภักดี สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและได้ศึกษาเรียนรู้หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล นอกจากนี้ ยังเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป

ทั้งนี้ สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการบรรพชาอุปสมบทฯ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติรับผิดชอบดำเนินโครงการบรรพชาอุปสมบทฯ โดยใช้งบประมาณรายจ่ายของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 12,000,000 บาท (สิบสองล้านบาทถ้วน) โดยมีรายละเอียด การดำเนินการโครงการบรรพชาอุปสมบทฯ ดังนี้
โดยที่ในหลักการ ข้าราชการ ซึ่งประสงค์จะลาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจพิจารณาหรืออนุญาตตามนัย ข้อ 29 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าข้าราชการ พ.ศ. 2555 ซึ่งในระเบียบดังกล่าวมิได้กำหนดจำนวนครั้งและจำนวนวันในการลาอุปสมบทที่ข้าราชการจะลาได้แต่ประการใด แต่ได้กำหนดให้การได้รับเงินเดือนระหว่างการลา ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกันไว้ตามนัยข้อ 16 แห่งระเบียบดังกล่าว ซึ่งตามมาตรา 31 แห่งพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญ และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555 ได้กำหนดให้ข้าราชการที่ลาอุปสมบทจะได้รับเงินเดือนระหว่างลาได้ไม่เกิน 120 วัน สำหรับการลาอุปสมบทในครั้งแรกนับแต่เริ่มรับราชการ
โดยไม่นับรวมการอุปสมบทที่คณะรัฐมนตรีมีมติกำหนดไม่ให้ถือเป็นวันลาของข้าราชการ ดังนั้น เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทฯ ได้ศึกษาหลักธรรมคำสั่งสอน ตามหลักพระพุทธศาสนา รวมถึงแสดงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหาหากรุณาธิคุณด้วยการบำเพ็ญคุณความดี ปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล จึงเห็นควรส่งเสริมให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่มีความประสงค์จะอุปสมบทถวายพระราชกุศล มีโอกาสเข้าร่วมอุปสมบทโดยทั่วกัน โดยให้ได้รับสิทธิในการเข้าร่วมอุปสมบทเป็นกรณีพิเศษ โดยไม่ถือเป็นวันลา เสมือนเป็นการปฏิบัติราชการและได้รับเงินเดือน ปกติจึงต้องเสนอคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ลาเข้าร่วมอุปสมบทถวายพระราชกุศลในครั้งนี้ได้โดยไม่ถือเป็นวันลาเสมือนเป็นการปฏิบัติราชการและได้รับเงินเดือนตามปกติ เพื่อเป็นการยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการฯ และเป็นไปตามเงื่อนไขของมาตรา 31 แห่งพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือนฯ
เครดิต: www.gcc.go.th
wbtv วัดพระเชตุพน











